วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564

ความยั่งยืนจากการมีส่วนร่วมเพื่อประโยชน์สุขที่ยั่งยืนของบ้านเรา [The way of kuay : วิถีแห่งชาติพันธุ์] 3

The best answer in all matters. Must come out of what the community needs It will lead to sustainability for ourselves.

ความยั่งยืน ควรเป็นสิ่งที่ชุมชนได้ร่วมออกแบบและเรียนรู้ไปกับสิ่งที่ทุกคนต้องการและมีเป้าหมายเดียวกัน เพื่อประโยชน์นั้น ร่วมกัน



เพราะเรื่องน้ำเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับชุมชน และสถานการณ์ปัจจุบันชาวบ้านต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการเจาะน้ำบาดาลเพื่อใช้สอยเอง แต่ก็ต้องใช้จ่ายเป็นจำนวนมากในการขุดเจาะดังกล่าว และยังมีอีกมากที่ยังอาศัยน้ำประปาที่เป็นส่วนกลางของหมู่บ้าน ซึ่งน้ำประปาก็ยังไม่สะอาดดีพอและยังมีปัญหาพอสมควร แต่ก็ยังดีที่ยังพอมีน้ำให้ได้ใช้อุปโภคได้

Because water is necessary for the community. And the current situation, villagers have to help themselves by drilling groundwater for their own use. But there is a lot of expenditure on the drilling. And there are still many that still rely on the water supply at the center of the village. Which the tap water is still not clean enough and there are still some problems But still good that there is still enough water to be consumed

 

และชุมชนเองก็มีอีกทางเลือกหนึ่งคือการซื้อน้ำจากรถบรรทุกน้ำ ที่บรรทุกน้ำจากการสูบมาจากทุ่งนาหรือบ่อน้ำมาเพื่อจำหน่ายให้คนสนใจ โดยซื้อในราคา 150 บาทต่อหนึ่งเที่ยว (1500 ลิตร)

And the community has another option, to buy water from a water truck. That carries water from being pumped from fields or wells to be distributed to people who are interested Buy at a price of 150 baht per trip (1500 liters).

 

หลายปีที่ผ่านมาที่เห็นการอัตคัดขัดสนเรื่องน้ำ แม้จะรู้และเห็นว่าเป็นปัญหา แต่การจัดการแก้ไขปัญหาก็ยังเป็นเช่นเดิม และนี่แค่เพียงต้นมีนาคมเท่านั้นที่ผู้คนในชุมชนต่างรับรู้ถึงรสชาติแห่งความแห้งแล้งอย่างต่อเนื่อง

The years have seen the poverty in water. Even though he knew and saw that it was a problem But the management of problem solving is still the same And it was only in the beginning of March that the people of the community continually perceived the flavor of the drought.

 

เพราะอยากได้น้ำไว้ใช้ประโยชน์ ข้าพเจ้าเองจึงตัดสินใจปรึกษากับพ่อเพื่อที่จะขุดสระ เพื่อการเกษตรตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน (ขุดเมื่อเดือนเมษายน 2562) ซึ่งก็ได้ใช้น้ำในสระดังกล่าวทางการเกษตร รวมถึงได้ตัดสินใจขุดบ่อน้ำ (ชาวอีสานเรียกว่า น้ำสร่าง ชาวกวย เรียกว่าเดื๊อะ ฮือเป๊าะ”) ขุดเองกับมือตัวเองโดยใช้ท่อซีเมนต์ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 120 เมตร สูง 50เซนติเมตร จำนวน 8 ท่อ ซึ่งแน่นอนขุดลึกลงไป 3.5เมตร เพราะปล่อยให้มีท่อลอยอีก 1 ท่อ

Because he wanted water to use So I decided to consult with my father in order to dig a pond. For agriculture two years ago (Digging in April 2019), which used the water in the said pond for agriculture. Including having decided to dig a well (Isaan people call it Nam Sorang, Kuai people call it "Buea Huep") dig by themselves by using cement pipes measuring 120 meters in diameter and 50 centimeters high with 8 pipes, of course, digging 3.5 meters deep because they allow there. 1 more floating pipe

 

บ่อน้ำคือสิ่งหนึ่งในวิถีชีวิตของลูกชาวนา เมื่อมีการทำนาและชาวนาอาศัยนอนที่นาเพื่อดำนาปลูกข้าว น้ำบ่อจึงเป็นสิ่งที่ต้องมีเพราะต้องใช้ดื่มใช้อาบ ผมจึงเห็นว่าอยากย้อนวัยเพื่อเก็บความรู้สึกแห่งวัยนั้นเอาไว้โดยมีวัตถุประสงค์หลักจริง คือ เพราะบ้านเราขาดน้ำ คือน้ำมีไม่เพียงพอ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เป็นคำตอบในการเลือกขุดสระและบ่อน้ำ

The well is one of the farmers' lifestyle. When farming and farmers lay in the fields to cultivate rice. Pond water is a must-have because it has to be used for drinking and bathing. So I saw that I wanted to go back to the age in order to keep the feeling of that age for the main purpose, that is because our house was dehydrated. Is that there is not enough water That is why it is the answer to choosing to dig ponds and wells.

 

และน้ำจากน้ำบ่อนี้ ผมก็กินดื่มและใช้รดน้ำด้วยการขนใส่ภาชนะถังขนาด 200 ลิตร จำนวน 4 ถังและถังบรรทุกขนาด 1,000 ลิตร อีก 1 ถัง ใส่บรรทุกไว้บนรถอีแต๋น หรือชาวกวยเรียกว่ารถตุ๊กตุ๊กผมขนน้ำมาเพื่อใช้ประโยชน์ด้วยเป็นสำนึกอยากใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรามี และไม่เบียดเบียนใครนัก

And the water from this well I ate, drank and watered by carrying 4 containers of 200 liters and one 1,000-liter tank on top of the E-Tan. Or the Kuay people call it "tuk-tuk"

I brought water to use as well, and I wanted to take advantage of what we have. And does not persecute anyone

 

นี่คงเป็นคำตอบสำหรับข้าพเจ้าเองในเบื้องต้นที่เลือกจัดการน้ำของตัวเองเพื่อตัวเอง แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่า น้ำจากบ่อน้ำนี้จะหมดหรือหดหายไปในเมื่อใด เพราะตอนนี้เพียงแค่ต้นเดือนมีนาคมเท่านั้น

 

This is probably the answer for me initially who chose to manage my water for myself. But still can't tell if When will the water from this well run out or shrink? Because now it's only the beginning of March

 By. kwanchit phokrasang

040364

 

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564

Water is essential for everything. [The way of kuay:วิถีแห่งชาติพันธุ์] 2

 The way of kuay [วิถีแห่งชาติพันธุ์] 2

Water is essential for everything.

By : Kwanchit phokrasang



.

March is the month of summer for this year in Thailand.

Of course, what will follow is There is a shortage of water that Isaan people will suffer from.

.

ย่างเข้าสู่เดือนมีนาคม ที่เรียกว่าเป็นฤดูร้อนเต็มตัว ความอบอ้าวไม่ได้ลดน้อยลงจากเดือนที่ผ่านมา หากยิ่งร้อนกว่าเดิมด้วยซ้ำ และแน่นอนที่สุด สิ่งที่เราคุ้นชินในฤดูกาลเช่นนี้ ก็คือความแล้ง


ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนชาวกวย,กูย เรียกหรือนิยามคำว่าแล้งเป็นภาษาถิ่นว่าอัด-เดื๊อะหรืออัด-ด๊าอ์ซึ่งคำว่าอัดนี้มีคำเต็มมาจากว่าอัด-ละฮ๊าอ์ที่หมายถึงอดอยาก และคำว่า เดื๊อะ หรือ ด๊าอ์ หมายถึงน้ำ ทั้งสองคำมารวมกัน จึงหมายถึงการขาดแคลนน้ำ คือการอดอยากในเรื่องของการมีน้ำกินน้ำใช้นั่นเอง

  


        การแล้งหรือการไม่มีน้ำใช้ แน่นอนที่สุดว่าทางออกหรือหนทางแก้ไข ไม่ใช่เพียงจะทำได้ในเร็ววันหรือสามารถทำได้ด้วยใครคนหนึ่งคนดหรือหน่วยงานใดเพียงลำพังเป็นแน่ ซึ่งหากจะหาทางออกคือทางรอดที่ยั่งยืนนั้น หนทางของมันคงต้องลงมือคิดและหาคำตอบร่วมกันกับผู้ที่ได้รับผลกระทบแบบมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง

การขุดลอกหนอง คลอง หรือสระขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ด้วยงบมหาศาลนั้น อาจจะเป็นคำตอบหนึ่งที่ภาครัฐทำเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

การขุดเจาะน้ำบาดาลของแต่ละครัวเรือนที่เราพบเจอกันแทบทุกครัวเรือนที่มีพื้นที่ติดกันเพียงรั้วกั้นนั้นก็คือการแก้ปัญหาเพื่อจะได้มีน้ำไว้ใช้ของแต่ครอบครัว แม้กระทั่งการที่มีหน่วยงานภาครัฐนำเครื่องจักกลขนาดใหญ่มาเจาะน้ำบาลให้กับแต่ละชุมชนนั้น ก็ด้วยแก้ปัญหาเรื่องน้ำทั้งสิ้น

   


       แต่ทว่า การแกปัญหาเรื่องน้ำอันเป็นสาเหตุปัญหาปากท้องลำดับต้น สำหรับชาวโพธิ์กระสังข์และชาวอีสานถิ่นอื่น ด้วย อาจจะได้ด้วยหลายวิธีการ หากแต่ว่า วิธีการเหล่านั้น มันคือคำตอบของความยั่งยืนของผู้คนและสิ่งมีชีวิตในชุมชนบ้านเราจริงหรือ

เพราะที่ผ่านมานั้น เราจะสังเกตเห็นว่า การมีส่วนร่วมของชุมชนมีเพียงแค่การบอกว่า แล้ง แล้วรอการช่วยเหลือเสียถ่ายเดียว แต่ยังขาดการมีส่วนร่วมในการคิดหรือออกแบบ หรือร่วมแสดงความคิดเห็นของผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง และเห็นเพียงคำตอบจากหน่วยงานลงมาดำเนินการให้เพียงลำพังเท่านั้นเอง

 


 

พุธ 3 มีนาคม 2564

คณะสังคมศาสตร์

มหาจุฬาลงกรณ์

A month of engagement for people of all ages.[The way of kuay]

The way of Kuay. [วิถีแห่งชาติพันธุ์]

A month of engagement for people of all ages.

บุญเดือนสี่ เดือนแห่งการมีส่วนร่วมของผู้คนทุกช่วงวัยสำหรับชาวกวย

 


 

โดยปกติแล้ว เดือนมีนาคม ซึ่งทางจันทรคติ จัดว่าเป็นเดือนที่สี่ของฮีต 12 คอง 14 ของคนไทยเรา และในเดือนนี้ถือว่าเป็นเดือนที่มีความสำคัญไม่น้อย

.

ชาวกวย,กูย ของตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ก็เช่นกัน มีการดำเนินการจัดงานบุญประเพณีนี้เช่นกันในทุกปี โดยเป็นการรวมตัวกันแบบมีส่วนร่วมของผู้คนทุกคนในชุมชนที่มาร่วมแสดงออกในงานบุญประเพณีนี้ หรือที่เรารู้จักกันดีว่าบุญผะเหวดหรือบุญพระเวสสันดรซึ่งเป็นประเพณีเกี่ยวกับการทำบุญเป็นหลัก โดยยึดเอาสิ่งสมมุติจากเรื่องราวในนิทานชาดกเรื่อง พระเวสสันดร มาเป็นเครื่องยึดถือและปฏิบัติของชาวพุทธเรา ซึ่งชุมชนชาวกวย,กูยเรานั้น ให้ความสำคัญกับการแต่งกายที่เป็นแบบพื้นบ้านทุกระดับ ไม่ว่าเด็กกระทั่งถึงผู้อาวุโส สำหรับผู้ชายนุ่งโสร่ง สำหรับผู้หญิงนุ่งห่มผ้าถุง และแต่งกายสุภาพ เข้าร่วมกิจกรรมกัน รวมถึงมีการฟังเทศน์มหาชาติตลอดทั้งวัน มีการแสดงออกด้วยการละเล่นสมมุติพระเวสสันดร โดยคนในชุมชนเอง

.

นี่ล่ะ เดือนแห่งการมีส่วนร่วมของผู้คนทุกช่วงวัยสำหรับชาวกวยในการเป็นผู้ให้

ทั้งหมดนี้ทุกท่านสามารถพบเห็นการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชนและการแต่งกายที่เป็นรูปแบบของชนเผ่ากวย/กูยเราในประเพณีดังกล่าวนี้ได้ ถ้าไม่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

.

Usually the lunar month of March Classified as the fourth month Among the traditions of the heat of 12 kong 14 of Thai and Lao people And this month is considered a month that is no less important.

The Kuay / Kui people of Pho Krasang Sub-district, Khun Han District, Sisaket Province which is a tribe of Isan as well

This tradition has been carried out as well every year. It is a gathering with participation of all people in the community who come to express themselves in this merit ceremony. Or as we are well known as "Boonphawed" or "Boon Phra Vessantara", which is the main tradition of making merit. By using the fictional from the story in the Jataka fable of Vessantara as a reference and practice of our Buddhists

Which our Kuay / Kui community has given importance to the dress that is folk at all levels. From children to elders For men wearing sarongs

For women wearing silk And dress modestly Join the activity together Including listening to the Mahachat sermons throughout the day There is an expression of a Vessantara skit. By the people in the community themselves

This is a participatory month for people of all ages for the Kuai people to be the giver.

 

All in all, you can see the participation of the people in the community and the traditional Kuay / Kui tribe dress in this tradition.

If there is no coronavirus (COVID-19) outbreak.

.

นี่คงเป็นความเป็นกวย,กูยที่อยู่ในสายเลือด ที่คิดว่าคนไทยหรือคนทั่วโลกอาจจะไม่รู้ว่า กวย,กูยคือใคร แล้วมีอะไรอยู่ที่ไหนกันบ้าง...!

.

จะพยายามหาคำตอบในรูปแบบที่พอหาได้และทำได้มาเก็บรวบรวมไว้

 

By : Kwanchit phokrasang








วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

วันเด็ก(ในสถานการณ์)พิเศษที่บ้านกู่' อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ | Hug House [สุขนี้ที่บ้านเรา]

โดยทั่วไปแล้ว ในวันเสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือนมกราคมทุกปี เรารู้กันว่านั่นคือวันที่เด็ก ๆ เยาวชนรอคอย เขาจะได้สนุกสนานได้กินอิ่ม เล่นสนุกในรูปแบบที่เข้าได้ว่านี่คือวันของพวกเขา วันเด็กแห่งชาติ แต่สำหรับปีนี้มีสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ระลอกสองเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้ทุกกิจกรรมที่เคยจัดมาต้องชะงัก และบางกิจกรรมให้ยกเลิกไปเลยด้วยความกังวลจะเป็นบ่อเกิดแห่งการแพร่กระจาย สำหรับจังหวัดศรีสะเกษเอง แม้จะไม่ได้มีรายชื่อผู้ติดเชื้อดังกล่าว แต่ก็ได้เฝ้าระวังและปฏิบัติตามระเบียบข้อราชการของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัดเช่นกัน

ที่ศูนย์เรียนรู้ใกล้บ้านตำบลกู่ อำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ นับว่าเป็นพื้นที่เข้มแข็งในด้านการบริหารจัดการแบบชุมชน ที่มีกิจกรรมอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายไม่ว่าจะเป็นด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี หรือวิถี การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีปรากฏทุกกลุ่มวัยจากที่แห่งนี้ และในปีนี้ทางชุมชนเอง ได้ปรึกษาและขอคำชี้แนะจากหน่วยงานราชการเพื่อขอจัดกิจกรรมวันเด็กเช่นทุกปีขึ้น

ทนงศักดิ์ นรดี กำนันตำบลกู่ / ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้ใกล้บ้านตำบลกู่ เล่าให้ฟังว่า “ปีนี้มีลูกหลานเยาวชนเราได้ประชุมและขอจัดกิจกรรมวันเด็กขึ้น จึงได้ปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงระเบียบวิธีการจัด จึงได้ตกลงกำหนดขึ้นในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2564 โดยต้องช่วยกันรักษาระเบียบการป้องกันตามที่ทางราชการกำหนดไว้ โดยมีภาคีเครือข่ายทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่รวมถึงหน่วยงานการศึกษาในเขตใกล้เคียงและมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษและฝ่ายปกครองต่างให้ความสำคัญมาร่วมกิจกรรมและคอยแนะนำอย่างใกล้คิดด้วย เป็นความอบอุ่นมาก


นิตยา จำปาจีน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองบัวตาคง อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เล่าว่า “ปีนี้เป็นอีกปีที่พิเศษ เพราะสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เราได้ร่วมกิจกรรมกันแบบระมัดระวังและคอยป้องกันรวมถึงเป็นการเรียนรู้สำหรับนักเรียนไปในด้วย โดยทางโรงเรียนเราได้มีการแสดงมาร่วมนำเสนอร่วมกับโรงเรียนบ้านกู่ โรงเรียนบ้านไฮน้อย และโรงเรียนบ้านหนองบัวตาคง รวมถึงมีเด็ก ๆ เยาวชนมาร่วมกิจกรรมอย่างมากมาย โดยมีการสำรวจวัดไข้ และมีการล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์สำรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนด้วย

กิจกรรมดังกล่าวนี้ ได้รับเกียรติจากท่านนายอำเภอปรางค์กู่ ท่านเทเวศน์ มีศรี มาเป็นประธานเปิดและกล่าวพบปะ แนะนำสิ่งที่ควรรู้และควรปฏิบัติในสถานการณ์เช่นนี้กับผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน

อีกทั้ง ในวันเด็กของปีนี้มีความพิเศษยิ่งคือได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนทั้งสามโรงเรียนจำนวน 40 ทุนและมอบคอมพิวเตอร์อีกจำนวน 5 เครื่อง โดยมอบให้กับโรงเรียนบ้านกู่ 1 เครื่อง โรงเรียนบ้านหนองบัวตาคง 1 เครื่อง โรงเรียนบ้านไฮน้อย 1 เครื่อง วัดบ้านกู่ 1 เครื่องและมอบให้กับคณะกรรมการตำบลกู่ 1 เครื่องเพื่อนำไปใช้ประโยชน์


อัญมณี แก้วละมุล แกนนำเยาวชนบ้านกู่ กล่าวว่า ดีใจมากที่เห็นน้อง ๆ พี่ ๆ ออกมาร่วมกิจกรรมกันมากมาย ได้สนุก ได้กิน ได้อิ่ม ได้เห็นความสามารถของทุก ๆ คน ซึ่งปีนี้เป็นปีที่ 4 แล้ว ก็อยากให้มีกิจกรรมแบบนี้ตลอดไป อย่างน้อย ๆ ก็ได้พัฒนาตัวเราเองและพัฒนาน้อง ๆ ให้ได้แสดงออกเพื่อบ้านของเราด้วย แม้ภายใต้สถานการณ์ที่พิเศษแบบนี้เราได้รับความอบอุ่นจากผู้มีใจบุญที่มีส่วนร่วมส่งขนมส่งเงินมาช่วยอย่างมากมายเลย

แม้เหตุการณ์จะพิเศษของบ้านเมือง แต่การจัดการทั้งหมดคณะผู้จัดงานก็ได้กำหนดจัดตามระเบียบที่ทางกฎหมายหรือผู้นำได้แนะนำมาอย่างเสมอมา โดยจัดเพียงแค่ 2 ชม. แต่เป็นเวลาที่จำกัดและเต็มไปด้วยความอบอุ่นอย่างนี่

นี่ล่ะ บ้านของเราวันนี้ ที่ศูนย์เรียนรู้ใกล้บ้านตำบลกู่ ที่มีอะไรมากมายให้ทุกคนมาเยี่ยมชม

.



เรื่อง / ภาพ ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์ 










วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2563

มันมีชีวิตเศรษฐกิจบนผืนดิน | Hug House [สุขนี้ที่บ้านเรา] มีคลิป

 


ชาวศรีสะเกษส่วนใหญ่ คือเกษตรกร ทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป การทำนาก็เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัย จากเคยใช้แรงงานสัตว์ในการเกษตรมาสู่ยุคใช้เครื่องจักรกลแทบทั้งสิ้น ผู้คนเองจึงกลายเป็นคนทำนาแบบง่าย ๆ  ใช้เงินในการจ้างเป็นส่วนใหญ่ น้อยนักจักเห็นการทำนาแบบอดีตที่ใช้สัตว์เลี้ยงหรือทำนาแบบพิถีพิถันนักแล้ว และชาวนาในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเป็นการทำนาปีเป็นหลัก คือทำนาปีละหนึ่งครั้ง เมื่อเสร็จจากการเก็บเกี่ยวแล้ว ก็ปล่อยพื้นที่ว่างเปล่า

ที่ตำบลโพธิ์กระสังข์ อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมชนชาวกวย,กูยเป็นหลัก เมื่อเสร็จหน้าเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวแล้ว มีการซื้อต้นมันสำปะหลังจากพื้นที่อื่นมาทำการตัดและปลูกในแปลงนาที่เก็บเกี่ยวข้าวออกแล้ว เรียกว่า “มันปรัง” หรือ “มันนา” ที่ใช้พื้นที่แปลงนาข้าวเป็นพื้นที่ปลูกมันสำปะหลังในระยะเวลาหน้าแล้ง และใช้เวลาในการปลูกมันระยะสั้น ๆ เพียง 6-7 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม-มิถุนายน ถึงมีการตัดและถอนเพื่อขายแล้วหว่านข้าวต่อไป


กุหลาบ สุดสังข์ อายุ 60 ปี ชาวกูยบ้านตาตา เล่าเป็นภาษาถิ่นได้ใจความว่า “เพราะบ้านเราทำนาปี และหลายปีที่ผ่านมานี้ แล้งหนักมาก ข้าวที่หว่านไปก็ไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร เลยมีการหันมาปลูกมันสำปะหลังในช่วงหน้าแล้งหลังเกี่ยวข้าวออกจากนาเสร็จ ก็พอได้มีเงินจากขายมันสำปะหลังนี่ล่ะ ซื้อปุ๋ยบำรุงดินในการทำนาต่อไปได้ และชาวบ้านเราก็ทำแบบนี้มาน่าจะเป็นสิบปีแล้ว”

เช่นเดียวกับสมสมัย โล่ห์ป้อง อายุ 44 ปี ชาวกูยบ้านตาตา กล่าวว่า “ปัจจุบันนี้ชาวบ้านเรา ส่วนมากจะนิยมปลูกมันสำปะหลังกันทั้งนั้น เพราะไม่รู้จะทำอะไร อย่างเช่นวันนี้มารับจ้างในการตัดต้นมันสำปะหลังเป็นท่อน ๆ เพื่อเตรียมจะนำไปปลูก โดยรับจ้างเป็นรายวัน ๆ ละ 220 บาท โดยเหมือนทำงานโรงงานหรือบริษัทเหมือนกันคือ เริ่มงานตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ทำไปเรื่อย ๆ มากินข้าวที่บ้านเจ้าของเขาด้วยเลย ซึ่งการรับจ้างแบบนี้มีพี่น้องติดต่อไว้หลายคนแล้ว พอเสร็จจากรับจ้างช่วยคนนี้ ก็จะไปของอีกคน แบบนี้ไปเรื่อย ๆ เป็นเรื่องดีมากพอได้มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือนเราไปด้วย”


ซึ่งมันสำปะหลังที่ชาวบ้านตำบลโพธิ์กระสังข์นิยมนำมาปลูกนั้น ต้องมีการไปเหมาซื้อต้นมันสำปะหลังจากพื้นที่สูงบนภูเขาอย่างพื้นที่ตำบลห้วยจันทร์ อำเภอขุนหาญ หรือพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ที่มีการปลูกเป็นจำนวนมาก แล้วจ้างคนงานไปตัดและขนมาส่งที่บ้านเป็นทอด ๆ

มันสำปะหลังนี้ มีหลายสายพันธุ์ สำหรับชาวตำบลโพธิ์กระสังข์นั้นใช้ได้ทุกสายพันธุ์ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่ต้องการน้ำน้อย เหมาะกับดินทรายเป็นหลัก และในขณะเดียวกันพืชชนิดนี้ก็เป็นการทำลายสภาพดินไปไม่น้อย ทำให้เกษตรกรที่ปลูกต้องบำรุงสภาพดินด้วยปุ๋ยเคมีปุ๋ยอินทรีย์ชนิดต่าง ๆ ไปในตัวด้วย เพื่อให้ได้ผลผลิตดี รวมไปถึงการใช้ยากำจัดหญ้าและยาบำรุงต่าง ๆ ที่คิดว่าจะสามารถทำให้มันสำปะหลังของตัวเองได้มีผลผลิตที่ดีในแต่ละรอบปีนั้น ๆ


แม้ว่าชาวบ้านจะมีการปลูกมันสำปะหลังกันอย่างกว้างขวางในช่วงฤดูแล้งในแปลงนาข้าว และมองว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่พอจะหล่อเลี้ยงและเป็นเศรษฐกิจของครอบครัวไปแล้ว ในขณะเดียวกันก็ต้องลงทุนเป็นจำนวนมากเช่นกัน พร้อมกันนี้ก็ต้องบำรุงสภาพผิวดินในแปลงนาข้าวอย่างมาก ได้แต่หวังว่าพืชเศรษฐกิจชนิดนี้จะได้มีราคาดี ๆ ให้สมกับที่เกษตรกรหวังและลงทุนลงแรงไป

นี่คือเรื่องราวของมัน(สำปะหลัง)ที่มีชีวิต อันเป็นเศรษฐกิจบนผืนดินที่ชาวนาคาดหวังไว้

 

เรื่อง / ภาพ : ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์






วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2563

มือถือสื่อสร้างสรรค์ที่ทุ่งเทิน’กันทรารมย์ | Hug House [สุขนี้ที่บ้านเรา]


 การเรียนการสอนโดยหลักคือการนำเอาวิชาการมาสู่ห้องเรียน โดยมีครูเป็นผู้นำวิชาการเหล่านั้นนำมาเสนอบอกกล่าวเล่าสู่ยังนักเรียนนักศึกษา นี่คือภาพจำที่เราคุ้นชิ้นว่าคือ รูปแบบการเรียนการสอนที่ผ่านมา แต่จะมีสักกี่มากน้อยที่แหวกกรอบการเรียนรู้ที่เอาสิ่งที่จำเป็นและอยู่กับยุคสมัยมาส่งต่อนักเรียน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล

โรงเรียนบ้านเทิน ต.บัวน้อย อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ คือโรงเรียนเล็ก ๆ ที่อยู่ในชุมชนบ้านเทิน เป็นโรงเรียนขยายโอกาส คือเปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล - ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีนักเรียนจำนวน 66 คน (ข้อมูลเมื่อ 18 กรกฎาคม 2563) แต่รูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่นี่อาจจะคล้ายกับพื้นที่อื่นบ้าง แต่มีการประสานความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายจากภายนอกอย่าง มพด. หรือมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก มาร่วมออกแบบจัดการเรียนการสอนได้อย่างหลากหลายและสามารถใช้ได้จริง ที่ไม่ได้เน้นเฉพาะหลักวิชาการอย่างเดียว


ที่ผ่านมาโรงเรียนบ้านเทินได้มีความโดดเด่นหลากหลายด้าน โดยเฉพาะการหยิบเอาอาชีพหลักของผู้ปกครองมาเป็นวิชาการเรียนการสอน คือ วิชาบะหมี่เกี๊ยว มาเป็นหลักสูตรในโรงเรียน มีการเรียนการสอนและลงมือปฏิบัติจริง โดยใช้วิธีการเรียนแบบลงมือศึกษาทั้งที่มาของบะหมี่ สู่การเรียนรู้ด้วยการปฏิบัติและศึกษาต่อยอดไปถึงการใช้สีจากวัตถุดิบธรรมชาติมาปรับเปลี่ยนสีของเส้นบะหมี่ และที่สำคัญคือสามารถต่อยอดให้กับนักเรียนได้เป็นตัวแทนนำบะหมี่ของโรงเรียนออกขายจำหน่ายตามกิจกรรม โครงการต่าง ๆ สร้างรายได้ให้กับนักเรียนและโรงเรียนอีกทางหนึ่งด้วย


นอกจากวิชาอาชีพที่โดดเด่นแล้ว โรงเรียนบ้านเทินเองได้มีการให้ความสำคัญกับทักษะจากเทคโนโลยีใหม่อย่างมือถือ โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้การใช้ประโยชน์จากมือถือหรือ smartphone ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีการจัดอบรมให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านเทินและเครือข่าย CEO ฟากมูลกันทรารมย์ รวมไปถึงเครือข่ายต่างโรงเรียนมาร่วมเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

และก่อนปิดภาคเรียนที่ 1 / 2563 ที่ผ่านมานั้น โรงเรียนบ้านเทินเองได้จัดกิจกรรมที่ชื่อว่า “เวทีพัฒนาแนวคิดเครือข่ายและถอดบทเรียนกระบวนการนวัตกรรมการศึกษาเพื่อสร้างสุขภาวะเด็กเยาวชน” เป็นรูปแบบกิจกรรมนิทรรศการเครือข่ายโรงเรียนบ้านขาม บ้านละทาย บ้านบัวน้อยโนนปอ บ้านกอกหัวนา บ้านหนองน้ำเต้าโนนสวน บ้านพันลำ บ้านหนองพะแนงและโรงเรียนบ้านแวงโนนเปือยหนองสูงมาร่วมด้วย ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมของครั้งนี้ ได้มีการให้ความสำคัญกับนักเรียนโดยมีการสรุปและถอดบทเรียนกระบวนการนวัตกรรมการศึกษาในด้านการใช้สื่อมือถือด้วย โดยเป็นการเติมความรู้ พัฒนาแนวคิดและสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนผู้เข้าร่วมครั้งนี้ และบรรยากาศเป็นกันเองด้วยความสนุกสนานและเกิดทักษะเพิ่มเติม จากที่เคยอบรมมาแล้วและสามารถสร้างนักสื่อสารพลเมืองที่ได้ใช้สื่อมือถือให้เกิดประโยชน์และสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นได้ด้วย

 

เรื่อง / ภาพ : ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์






ทุ่งกะบาลกะไบแห่งเทือกเขาพรมแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่เปิดแห่งใหม่เหมาะกับนักเดินทางและนักประวัติศาสตร์

“บุญ” ต้องฟรี วัดไตรสามัคคี’ จ.ศรีสะเกษ ติดป้ายชัดเจน ทำบุญที่นี่ “ฟรี” ไม่เสียตังค์ [มีคลิป]

ที่วัดไตรสามัคคี ต.โดด อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ เป็นวัดท่องเที่ยวเชิงพุทธอีกแห่งของจังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังเป็นที่นิยมในการทำบุญของพุทธศา...