วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ตาตา-ชวนโสเหล่ “ทำไมต้องปลูกและกินผักด้วย มันดีจริงหรือ..!” | HUG HOUSE [สุขนี้ที่บ้านเรา]


เรื่อง-ภาพ โดย ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์


เพราะทุกพื้นที่มีเรื่องราว เพราะทุกชุมชนมีสิ่งดีงามมากมาย และทุก ๆ ที่ล้วนมีอะไรให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอด
บ่อยครั้งที่การเดินทางทำให้ได้พบเจอสิ่งใหม่ ๆ ดี ๆได้พบเจอ ได้พูดคุย ได้เรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน แต่ในขณะเดียวกันบ้านเกิดของเราเองก็มีดีอยู่มากมาย หลากหลายมิติ มุมมอง อยู่ที่เราจะมองเห็น

คราวนี้ จึงขอนำเสนอเรื่องราวที่บ้าน นั่นคือ บ้านตาตา ต.โพธิ์กระสังข์ อ.ขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ ไม่ได้เดินทางไปไหน ที่มีการจัดกิจกรรมคืนข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการกินผักและปลูกผักภายในชุมชนเรา มีกี่คนที่กินผัก มีกี่ครัวเรือนที่ปลูกผัก และดัชนีมวลกาย หรือปริมาณน้ำหนักของแต่ละคนเกินค่ามาตรฐานหรือที่เรียกกันว่า ค่า BMI  สักกี่ราย รวมไปถึงมีเวทีเสวนา “ทำไมต้องปลูกและกินผักด้วย มันดีจริงหรือ...!” ที่จัดโดย สภาผู้นำชุมชนบ้านตาตา

สายของพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2562 ที่ศาลากลางหมู่บ้านตาตา ชาวบ้านได้มีกำหนดร่วมรับฟังข้อมูลและเรื่องราวเวทีเสวนาด้วย ร้อยกว่าคนเห็นจะได้จากการรับลงทะเบียน

บ้านตาตา เป็นอีกหนึ่งชุมชน ที่ได้ขับเคลื่อนงานชุมชนโดยมีสภาผู้นำชุมชนเป็นแกนหลัก ทำงานผ่านปัญหาที่ชุมชนคิดเพื่อจะแก้ไขตัดรากของปัญหานั้น ๆ ในทุกมิติ ให้ตัดขาดออกไปทีละอย่าง โดยมีการขับเคลื่อนมาแล้วปีนี้เป็นที่สาม ในปีที่หนึ่ง ขับเคลื่อนการจัดการลดแอลกอฮอล์ โดยกำหนดผ่านงานบุญ งานประเพณี งานอวมงคล รวมไปถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาต่าง ๆ ในปีที่สอง ก็ยังขับเคลื่อนกิจกรรมแรกและเพิ่มด้วยการจัดการขยะในครัวเรือนและในพื้นที่สาธารณะของชุมชนด้วย และในปีที่สามนี้ ขับเคลื่อนด้านสุขภาพเป็นหลัก นั่นคือ เรื่องการกิน การสร้างสุขภาพดีด้วยการปลูกและกินผักผลไม้ที่มีประโยชน์นั่นเอง โดยได้เขียนโครงการขอรับงบประมาณจากสำนักงานกองทุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. นั่นเอง ขับเคลื่อนได้งบประมาณ 6 แสนบาท (ปีละ สองแสน)

ภายในกิจกรรม นายอัมพร ปรีเปรม ประธานสภาผู้นำชุมชนบ้านตาตา รายการสถานการณ์การปลูกผักและกินผัก ของผู้คนในชุมชนที่มีอยู่ 114 ครัวเรือนที่อยู่จริง จากจำนวน 139 ครัวเรือนทั้งหมด และมีประชากรที่อยู่จริง 380 คน
ไม่มีปรากฏว่าใครไม่กินผักในชุมชน และมีกินผักเกิน 4 ขีด / วัน 72 ราย และมีการปลูกผักกินเองที่เกิน 10 ชนิด จำนวน 83 ครัวเรือน ที่ปลูกไม่ถึง 10 ชนิด จำนวน 26 ครัวเรือน ไม่ปลูกผักเลย 5 ครัวเรือน
และดัชนีมวลกาย น้ำหนักเกินมาตรฐาน หรือมีค่า BMI จำนวน 25 ราย
.
หลังจากนั้น มีเวทีการเสวนา เพื่อให้มุมมองเกี่ยวกับการปลูกและกินผัก รวมถึงพิษภัยที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมี พระครูสังวรวุฒิคุณ ปราชญ์ชุมชนและเจ้าอาวาสวัดไตรราษฎร์สามัคคี, นิพนธิ์ นามกระจ่าง (Young Smart Farmer ขุนหาญ) เจ้าของไร่สามัญชน และสุจินดา เมฆคลี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลขุนหาญ และดำเนินการเสวนาโดย ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์
พระครูสังวรวุฒิคุณ เจ้าอาวาสวัดไตรราษฎร์สามัคคี กล่าวว่า “ชุมชนเราในอดีตมีการปลูกผักกินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยนทำให้การปลูกผักเพื่อกินจึงไม่ค่อยมีให้เห็นมากสักเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังมีให้เห็นบ้าง ทางวัดเองก็มีพื้นที่รองรับและปรับพื้นที่ไว้สำหรับการปลูกผักเช่นกัน ถ้าชุมชนพร้อมหรือจะจัดให้มีการปลูกผัก ทางวัดก็ยินดีเสมอ”
สุจินดา เมฆคลี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลขุนหาญ กล่าวว่า “โทษจากสารพิษต่าง ๆ มีอันตรายมาก การปลูกผักเพื่อกินเอง จะทำให้เรารู้ว่าเราควรปลูกผักแบบไหน และที่โรงพยาบาลขุนหาญเราก็มีนักโภชนาการ ที่มีการรับซื้อผักอินทรีย์จากชุมชนอยู่แล้ว ก็ยินดีเป็นผู้ประสานงาน ถ้าชุมชนบ้านตาตาหรือชุมชนอื่น ๆ จะปลูกผักอินทรีย์แล้วส่งให้ทางโรงพยาบาลก็จะเป็นสิ่งที่ดี”

การเสวนาเป็นไปแบบกันเอง มีการสื่อสารกันทั้งภาษาถิ่นกวย ภาษาอีสาน และภาษาไทยเป็นระยะ รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนจากผู้ฟังการเสวนาด้วย นับเป็นอีกรูปแบบการจัดกิจกรรมที่ใหม่ที่จัดโดยชุมชนกันเอง



     เพราะนี่คือความสุขจากอีกหนึ่งพื้นที่ที่เราพบเจอ ที่บ้านของเรา  ฮักเฮา ความสุขที่บ้านเรา
#ฮักเฮา
#สุขนี้ที่บ้านเรา
#Hug-House
#HugHouse
.







วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

จิ๋วแต่แจ๋ว พลังชุมชนสืบสานวิถีลงแขกเกี่ยวข้าวที่หนองพะแนง | HUG HOUSE [สุขนี้ที่บ้านเรา]


เรื่อง-ภาพ โดย ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์
  
เพราะทุกพื้นที่มีเรื่องราว เพราะทุกชุมชนมีสิ่งดีงามมากมาย และทุก ๆ ที่ล้วนมีอะไรให้เราได้เรียนรู้อยู่ตลอด
การได้ออกเดินทางอีกครั้ง ในเช้าวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2562 โดยมีเป้าหมายที่โรงเรียนบ้านหนองพะแนง ต.รุ่งระวี อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ ระยะทางร่วม 50 กม. จากขุนหาญบ้านของผม

ที่นี่ เขามีกิจกรรมลงแขกเกี่ยวข้าวในแปลงนาโรงเรียนและสร้างแหล่งรู้ใหม่ สำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนจำนวน 92 คน และบุคลากร-เจ้าหน้าที่ทางการศึกษา 10 คน
โรงเรียนก็คงคล้าย ๆ กับโรงเรียนในระบบการศึกษาทั่วไป มีอาคารเรียน มีโรงอาหาร มีสนามกีฬาอยู่ด้านหน้า และมีต้นไม้สวยงามรายล้อมถนนเข้าสู่อาคารเรียน ส่วนด้านหลังอาคารเรียนเป็นพื้นที่เกษตรผสมผสม ถูกจัดไว้อย่างลงตัวดูสวยงาม อาทิ มีแปลงปลูกกล้วยและผลไม้ต่าง มีสระน้ำเลี้ยงปลา มีโรงเรือนไก่ มีโรงเรือนหมู และมีพื้นที่แบ่งเอาไว้ส่วนกลางอีกสองแปลง สำหรับปลูกข้าว ซึ่งในช่วงนี้ ข้าวสีเหลืองทองสวยงามทั้งสองแปลงที่รอการเก็บเกี่ยวด้วยมือจากผู้ที่ลงมือปลูกเมื่อต้นปีการศึกษาที่หนึ่งที่ผ่านมา
สาย ๆ ของวัน ได้พบเจอผู้ปกครองต่างมาระดมใต้ถุนอาคารเรียนใหม่ ซึ่งไม่ได้มามือเปล่า บางคนนำกับข้าวมา บางคนนำผลไม้มา แต่สิ่งที่หลาย ๆคนนำมาคือเคียวเกี่ยวข้าวรวมถึงมาร่วมบริจาคสมทบทุนในกิจกรรมวันนี้ด้วย โดยมีคณะครูเป็นผู้รับลงทะเบียนรายรับครั้งนี้อย่างเป็นกันเอง
ไม่นานจากนั้นนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้นำชุมชนได้พบปะและแบ่งบทบาทหน้าที่ โดยให้ผู้ปกครองที่ถนัดเรื่องการลงมือเกี่ยวข้าวอยู่ในโซนแปลงนาข้าว ส่วนผู้ชายที่มีความสามารถด้านช่างถูกแบ่งไปยังสถานที่จัดทำ จัดสร้างสนามเด็กเล่นและสร้างบ้านน้อยแห่งการเรียนรู้ซึ่งอยู่อีกมุมของโรงเรียน
เมื่อทุกอย่างได้ถูกจัดแบ่งแล้ว แสงแดดในยามสายเริ่มทำงาน รวงข้าวที่โดนแสงแดดเข้าประกอบกับสาลลมเบา ๆ โยกรวงเข้าเอนไปมา พลิ้วไสวสวยงาม นกตัวเล็ก ๆ บินโฉบจับรวงข้าวหยอกเหย้าเหมือนมาสร้างบทบาทส่วนหนึ่งให้กับกิจกรรมครั้งนี้เป็นวาระสุดท้ายก่อนที่รวงข้าวจะถูกแปลสภาพไป
สองแปลงนา ถูกขึงด้วยผู้ปกครองจากซ้ายไปขวา ทั่วทั้งแปลง เสมืองหนึ่งว่า ทั้งแปลงนี้ได้เก็บเกี่ยวได้คนละแถว คนละหน้าเท่านั้น มือที่กำเคียวของแต่ละคนก็หยิบแล้วเกี่ยวเต็มกำมือแล้ววาง เป็นความชำนาญการพิเศษของแต่ละคน หลายคนหยิบมือถือมากดชัตเตอร์แล้วแซวหยอกกัน สร้างบรรยากาศแห่งการลงแขกได้เป็นอย่างดี เสียงกระเซ้าเหย้าหยอกเป็นภาษาถิ่นกวยหนองพะแนง มีให้ได้ยินเป็นระยะ แต่ก็น้อยนัก ส่วนมากจะเป็นภาษาอีสานเป็นใหญ่แล้ว
ณ แปลงนาแห่งนี้ มองไม่ออกเลยว่า ใครคือข้าราชการ หรือผู้ปกครอง เพราะบทบาทเหล่านั้นถูกวางไว้อีกที่เรียบร้อยแล้ว ที่แห่งนี้จึงเป็นแหล่งเรียนรู้และแซวพบปะของกันและกัน นักเรียนลูกหลานตัวน้อย เดินตามหลังผู้ปกครองวิ่งหยอกกันเล่นในแปลงนา บ้างก็ดึงต้นหญ้ามาเล่น และนักเรียนส่วนหนึ่งถูกเรียกไปใช้งานในสระน้ำข้าง ๆ แปลงนา โดยมีนักการภารโรงมืออาชีพ ลงไปในสระ เพราะทำการลากผ้าลานที่ขึงเป็นสีเหลี่ยมเลี้ยงปลาหมอบ้าน ที่ไทบ้านเรียกว่า ปลาเข็ง หรือภาษาถิ่นกวย จะเรียกว่า “อะกา กรัน” นักเรียนถือครุถังมาวางแล้วหยิบจับปลาเข้าถัง ก่อนจะส่งไปยังโรงอาหารที่มีพี่ ๆ นักเรียนอีกหลายคน คอยรออยู่และล้างปลาหมอที่มีหญ้าติดออก เพื่อประกอบอาหารในมื้อกลางวันนี้ นักเรียนส่วนหนึ่ง แกะหอมกระเทียม และคอยเป็นลูกมือที่ทางแม่ครัวที่มีครูและผู้ปกครองส่วนหนึ่งคอยอำนวยการ ณ จุดนี้
ไม่ไกลกันนัก ห่างไปเพียงอาคารเรียนกั้น ก็เป็นกลุ่มชายที่มีช่างผีมือด้านไม้ ขึ้นแปลนตีตะปูสร้างเป็นโรงเรือนไม้สำหรับเรียนรู้ให้กับนักเรียน ที่มีแรงใจคอยยื่น คอยส่งไม้ให้อยู่ด้านล่างโรงเรือนหลังเล็กนี้ไม่ขาด สีสันที่ผู้คนมากหน้าหลายตามาช่วยกันทำ ทำให้สีสันและเป็นพลังของกันและกันได้เป็นอย่างดี
ข้าง ๆ กันนั้นก็มีการเช็ด ถู ยางรถจักรยานยนต์ ทำความสะอาด ใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประกอบเป็นสนามเด็กเล่น และมีเพื่อนครูมาช่วยในการสานเชือกขึงเป็นสนามเด็กเล่นอีกแรง
ผ่านไม่ไม่ถึง ชม.ดีนัก เสียงแจ้วของผู้คนที่เกี่ยวข้าวในแปลงนาส่งเสียงมาแต่ไกล นั่นบ่งบอกได้ว่า ผู้คนที่แปลงนาได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว หลายคนจึงได้นั่งพัก

ฟ่อนข้าวที่เกี่ยวและมัดถูกวางไว้ในแปลงนาไม่นาน ก็ถูกทูนขึ้นมาวางไว้บนผ้าลานที่มีการเตรียมขึงไว้เพื่อรอการนวดข้าวใต้ร่มไม้ใหญ่หลังอาคารเรียน และไม่นานนัก เสียงของการนวดข้าวจากด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมก็เริ่มขึ้น เสียงหัวเราะ สนุกสนาน เริ่มขึ้นอีกครั้ง
สมร ช่องงาม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองพะแนง กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองเช่นเคย โดยมาร่วมกันลงแขกเกี่ยวข้าว ซึ่งเมื่อตอนดำนา ผู้ปกครองก็มาช่วยดำแล้ว และผู้ปกครองส่วนหนึ่งได้มาช่วยทำสนามเด็กเล่นให้ลูกหลานได้เรียนรู้ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับงบประมาณจากเครือข่ายฯ และการสนับสนุนสมทบค่าใช้จ่ายจากผู้ปกครองเป็นหลัก ส่วนอาหารการกินผู้ปกครอง และทางโรงเรียนก็มีปลาที่เลี้ยงเอาไว้ ได้นำมาใช้ประกอบเป็นอาหารกลางวันเลี้ยงผู้มาร่วมกิจกรรม”
ทางด้าน หนูถิน สัมฤทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหนองพะแนง / ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ้านหนองพะแนง กล่าวว่า “ทุกครั้งที่มีการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นวัด บ้านหรือโรงเรียน ชุมชนพวกเราก็ให้ความร่วมมืออย่างนี้ตลอด เป็นสิ่งที่ดีที่จะเป็นการพัฒนาให้ลูกหลานได้มีสนามเด็กเล่นและมีกิจกรรมให้ได้พบปะกันของผู้ปกครองด้วย”
ส่วน สมร หอมจันทร์ คุณยายชาวบ้านหนองพะแนง กล่าวว่า “แม้ยายจะช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะยายมีขาข้างเดียว แต่ก็มาให้กำลังใจตลอดที่มีงาน แต่ถ้างานไหนที่พอช่วยได้ก็ยินดีช่วยทุกครั้ง”
เสวียน ไชยสิทธิ์ ชาวบ้านหนองพะแนง กล่าวว่า “ชุมชนมาช่วยงานแบบนี้มาตลอดที่โรงเรียนมีงาน และจะมีการระดมทุนอยู่ทุกปี เพื่อหางบประมาณมาจ้างครูให้ครบชั้นมาสอนนักเรียนที่เป็นลูกหลานของพวกเรา เราไม่อยากให้มีการยุบ หรือควบ รวมไปกับโรงเรียนอื่น เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและคิดว่าโรงเรียนเราก็มีดีอยู่แล้วด้วย”
กิจกรรมการลงแขกเกี่ยวข้าว ในแปลงนาของโรงเรียน ที่มีการปลูกข้าวซึ่งเป็นข้าวหอมมะลิ ในพื้นที่จำนวน 2 งานแห่งนี้ ได้รับความร่วมแรงร่วมใจของชุมชนทุกครั้ง
แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ทว่าสิ่งที่เห็น กลับเป็นภาพยิ่งใหญ่นัก ความอบอุ่นของผู้คนในชุมชน ความเข้มแข็งของผู้นำสถานศึกษาคือพลังที่จะสร้างสรรสิ่งดีงามให้เกิดโดยมีเป้าหมายคือลูกหลานในชุมชนเป็นหลัก
สมควรให้กำลังใจและส่งเสริมให้เกิดพลัง สู้ต่อไปกับทุกภารกิจที่มี
.
นี่จึงเป็นอีกหนึ่งการเดินทางที่มีรสชาติแห่งชีวิต เห็นแล้วเกิดพลังไปในตัวด้วย และยังอยากเห็นหลาย ๆ พื้นที่การศึกษามีพลังเช่นนี้ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กที่รัฐก็มองจะยุบ ควบ รวมอยู่ตลอดเวลา หากไม่ทำอะไรลงไปเลย ไม่นานคนที่เสียโอกาสคือลูกหลานนักเรียน ไม่ใช่คนในของรัฐที่เรามอง
.
     เพราะนี่คือความสุขจากอีกหนึ่งพื้นที่ที่เราพบเจอ ที่บ้านของเรา  ฮักเฮา ความสุขที่บ้านเรา
#ฮักเฮา
#สุขนี้ที่บ้านเรา
#Hug-House
#HugHouse

.
ติดตามรายประกอบจากรายการ นักข่าวพลเมือง ในช่วง ข่าวเช้าไทยไทยพีบีเอส ออกอากาศเมื่อ เช้าวันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน 2562 เวลา 07.45 น. หรือติดตามได้ทาง https://www.facebook.com/citizenthaipbs/videos/1631356377001087/?v=1631356377001087
พลังชุมชนหนองพะแนง สร้างแหล่งเรียนรู้ให้ลูกหลานและร่วมสืบสานลงแขกเกี่ยวข้าว คุณขวัญชิต โพธิ์กระสังข์ ปักหมุดพาไปสัมผัสบรรยากาศการลงแขกเกี่ยวข้าวที่โรงเรียนบ้านหนองพะแนง จ.ศรีสะเกษ ซึ่งคนในชุมชนร่วมมือกันสร้างแหล่งเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมชุมชน ผ่านการทำนา การเกี่ยวข้าวด้วยมือ รวมถึงการนวดข้าวหรือฟาดข้าวแบบโบราณ
#CSite #ข่าววันใหม่ #นักข่าวพลเมือง #ThaiPBS


































ทุ่งกะบาลกะไบแห่งเทือกเขาพรมแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่เปิดแห่งใหม่เหมาะกับนักเดินทางและนักประวัติศาสตร์

“บุญ” ต้องฟรี วัดไตรสามัคคี’ จ.ศรีสะเกษ ติดป้ายชัดเจน ทำบุญที่นี่ “ฟรี” ไม่เสียตังค์ [มีคลิป]

ที่วัดไตรสามัคคี ต.โดด อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ เป็นวัดท่องเที่ยวเชิงพุทธอีกแห่งของจังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังเป็นที่นิยมในการทำบุญของพุทธศา...