วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2563

[มีคลิป] ม.สงฆ์ จัดรายการออนไลน์ ติดตามนิสิต กับสถานการณ์โควิดในต่างแดน | HUG HOUSE [สุขนี้ที่บ้านเรา]


มหาวิทยาลัยสงฆ์ (มจร.) ใช้วิกฤตเป็นโอกาสเรียนรู้จัดรายการ #มจร.สื่อสาร ออนไลน์นิมนต์นิสิตและพระคุณเจ้าต่างประเทศแลกเปลี่ยนมุมมองและการปรับตัวในสถานการณ์โรค COVID-19 เข้า




31 มีนาคม 2563 เวลา 19.15 น. เวลาในประเทศไทยที่ผ่านมา บนแฟนเพจ ภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มจร.  จัดรายการออนไลน์ ชื่อว่า “มจร.สื่อสาร” กำหนดชื่อตอนว่า “COVID เข้า พระสงฆ์เราอยู่อย่างไร” เป็นรูปแบบการจัดรายการแบบอยู่กันคนละที่ ผู้ร่วมเสวนาออนไลน์ก็อยู่คนละประเทศ โดยมีผู้ดำเนินรายการ 2 คน คือ ผศ.ดร. ผดุง วรรณทอง หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์ นักข่าวพลเมือง/ผู้ผลิตสารคดีอิสระ ไทยพีบีเอส และเป็นศิษย์เก่า มจร. มีผู้ร่วมเสวนาที่เป็นนิสิต คณาจารย์และศิษย์เก่า ด้วยกัน 4 รูป+1 คน ได้แก่ 1) พระหนุ่มแลง  ธัมมิสสระ  เจ้าอาวาสวัดศรีวัฒนะเมืองมัณฑะเลย์  สำนักเรียนปริยัติธรรมมหาธัมมิการาม มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา 2) พระสีวอน ธัมมาภิสิฏโฐ  ภูมิลำเนา จากแขวงไชยะบุรี ประเทศลาว ปฏิบัติ​ศาสนกิจ​ ที่อยู่ เมืองโปชาดาส รัฐ​มิชิออนเน็ส ประเทศ​อาร์เจน​ติ​น่า 3) พระชานี  บูรณา  ภูมิลำเนาจังหวัดตราวิ่ญ ประเวศเวียดนาม ปัจจุบันปฏิบัติศาสนกิจและศึกษาอยู่ที่กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา 4)พระโสเธียริต ภูมิลำเนาประเทศกัมพูชา ปฏิบัติศาสนากิจที่วัดคุณหญิงส้มจีน จ.ปทุมธานี และคุณพชร วลัยศรี ศิษย์เก่า มจร. ทำงานอยู่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผศ.ดร. ผดุง วรรณทอง วิทยากรดำเนินรายการ กล่าวว่า “จากสถานการณ์ปัจจุบันที่โรคร้ายเข้ามาเยือนคนเรา ทำให้ได้รับผลกระทบกันทุกกลุ่มชน ไม่เว้นกระทั่งพระสงฆ์องคเจ้า พวกเราเองในนามคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยสงฆ์เองก็ดี หรือในนามผู้ได้รับผลกระทบเองก็ดี จึงคิดอยากทำอะไรเป็นการบอกกล่าว หรือถามไถ่ถึงความเป็นอยู่ โดยเฉพาะเกี่ยวกับพระสงฆ์เรา ซึ่งที่เป็นศิษย์เก่า มจร. หรือเป็นคณาจารย์ที่ปฏิบัติศาสนกิจอยู่ต่างแดนก็ดี อยู่อย่างไรกันบ้าง ได้รับผลกระทบอย่างไร เป็นอยู่อย่างไร เราจึงได้จัดรูปแบบการเสวนาออนไลน์ขึ้น โดยไม่ต้องนิมนต์พระคุณเจ้ามาสนทนาหรือเสวนาธรรมในที่เดียวกัน ซึ่งก็เป็นรูปแบบใหม่ของการจัดขึ้นแบบนี้ และเป็นครั้งแรกของการจัดรายการ เราใช้ชื่อว่า “มจร.สื่อสาร” เพื่อให้ความสำคัญกับมหาลัยของพวกเราด้วย”

การจัดรายการเสวนา เป็นรูปแบบการจัดรายการถ่ายทอดสด โดยใช้ระบบออนไลน์ เป็นการชวนคุย แลกเปลี่ยนกัน โดยใช้เวลาเวลาในประเทศไทยคือ 19.15 น. เป็นช่วงออนแอร์


พระหนุ่มแลง ธัมมิสสระ, รศ.ดร., ประเทศเมียนมา "..ขอให้ทุกท่าน จงตระหนัก แต่อย่าตระหนกจนเกินไป ให้ดำเนินชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะ รักษากฎระเบียบวินัยอย่าง เคร่งครัดแล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดีกลับเข้าสู่ภาวะปกติ.."
พระโสเรียริต, ประเทศกัมพูชา สรุปเป็นแง่คิดให้ว่า "...หากทุกคนรู้หน้าที่ ทำตามหน้าที่ ให้ดีที่สุด จะช่วยหยุดโควิด ทำชีวิตให้สงบสุขร่มเย็นดังเดิม.."
พระชานี บูรณา, ประเทศเวียดนาม "..ขอให้ทุกคนทุกศาสนาที่อยู่บนโลกใบนี้ จงดูแลตัวเองให้ดี ดูแลครอบครัวให้ดี เพราะว่าเรามีเวลาจำกัด เราไม่มีเวลาวันนี้ 2 ครั้ง ดูแลสุขภาพกายสุขภาพใจให้ดีอยู่ด้วยความไม่ประมาท.."
พระสีวอน ธมฺมาภิสิฏฺโฐ, ประเทศอาเจนตินา "...คนเราเกิดมาในโลกนี้ หนีไม่พ้นความแก่ ความเจ็บ และความตาย แต่ก็ไม่ควรปล่อยให้แก่ เจ็บ และตาย ด้วยความประมาท..."
พชร วลัยศรี, สหรัฐอเมริกา สรุปเป็นแง่คิดให้ว่า “..ท่านที่ยังไม่ติดโควิด ก็ให้ดูแลรักษาตัวเองให้ดีอย่าให้เป็น ปฏิบัติตามที่หมอแนะนำ และสำหรับคนที่เป็นแล้ว ก็ให้ไปรักษาให้หาย อย่าไปแพร่เชื้อให้กับคนอื่น เพราะการทำเช่นนั้นถือว่าเป็นบาป.."

    
     การจัดรายการเสวนาออนไลน์ ในชื่อว่า “มจร.สื่อสาร” ครั้งนี้ เป็นครั้งแรก จึงมีข้อบกพร่องและเหตุการณ์สุดวิสัยไม่น้อย แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกวิกฤตให้มองเห็นโอกาส ทำให้ได้เรียนรู้การใช้สื่อ เป็นนวัตกรรมของการสื่อสารได้เป็นอย่างไร และเชื่อว่าในครั้งต่อไป คงได้นำสิ่งผิดพลาดหรือยังไม่สมบูรณ์นั้นมาปรับประยุกต์ใช้ให้เข้ากับเหตุการณ์ได้ในวันข้างหน้าต่อไปได้

สามารถติดตามรายละเอียด
บันทึกรายการสดที่ลิงค์ youtube ได้ที่


หรือรูปแบบของแฟนเพจ การจัดรายการสดช่วงที่ 1 ได้ที่ลิงค์
การจัดรายการสดช่วงที่ 2 ได้ที่ลิงค์



เรื่อง-ภาพ โดย ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์
















#ฮักเฮา
#สุขนี้ที่บ้านเรา
#Hug-House
#HugHouse
#ฮักเฮา สุขนี้ที่บ้านเรา


วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2563

ตระหนักถึงโทษบุหรี่ ผุดสภาเยาวชนจุดประกายฝันดี ดับนักสูบหน้าใหม่สู่ชุมชนน่าอยู่กุดประทาย | HUG HOUSE [สุขนี้ที่บ้านเรา]


อุบลราชธานี – สภาผู้นำชุมชนบ้านกุดประทาย อำเภอเดชอุดม สร้างความตระหนักให้ชุมชนเห็นพิษภัยของการสูบบุหรี่ขับเคลื่อนจนมีบุคคลต้นแบบเลิกบุหรี่ได้ และก่อเกิดสภาเด็กเยาวชนกุดประทาย-กุดเจริญ ร่วมหนุนเสริมเป็นพลังแห่งอนาคตเพื่อไม่ให้มีนักสูบหน้าใหม่ขึ้นมา

ที่บ้านกุดประทาย หมู่ที่ 5 ต.กุดประทาย อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี คืออีกหนึ่งหมู่บ้านที่มีการขับเคลื่อนกิจกรรมชุมชนโดยผ่าน “สภาผู้นำชุมชน” ที่มาจากผู้อาสาจะพัฒนาชุมชนของตัวเองให้ดีขึ้น และทำงานขับเคลื่อนด้านสุขภาพในหลากหลายมิติ หลายประเด็น โดยเกิดกฎ กติกา ระเบียบ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่ได้ระดมความคิดร่วมกันเพื่อความชุมชนให้น่าอยู่ และในปีที่ผ่านมานี้ ได้ขับเคลื่อนประเด็นสุขภาพเรื่องการลด ละ เลิกบุหรี่

นายเศรษฐวุฒิ กลิ่นบัว ประธานสภาผู้นำชุมชนบ้านกุดประทาย / ผู้ใหญ่บ้านกุดประทาย กล่าวว่า “ผมเองเป็นนักสูบบุหรี่ตัวยงคนหนึ่ง ที่สูบมาตั้งแต่ปี 2528 จวบถึงปี 2562 ร่วม 35 ปี และตัดสินใจเลิกมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 เป็นต้นมาถึงปัจจุบันเลยและจะเลิกตลอดไป ด้วยเห็นว่าผมเองเป็นประธานชุมชน เป็นฟันเฟืองหลักหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ต้องทำให้ชุมชนเห็นถึงความตั้งใจจริงของเราและสภาผู้นำชุมชนด้วย และจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชุมชนและลูกหลานของเราด้วย”
เศรษฐวุฒิ กลิ่นบัว ประธานสภาผู้นำชุมชนบ้านกุดประทาย


นายอินทร์แปลง บำเพ็ญ สภาผู้นำชุมชนบ้านกุดประทาย กล่าวว่า “ตัวพ่อเองสูบบุหรี่มาตั้งแต่อายุ 18 ปี ช่วงที่สูบหนักมากที่สุดคือวันละ 2 ซอง ช่วงระยะหลัง ๆ รู้สึกตัวเองได้ว่าเหนื่อยง่ายและไอบ่อย ประกอบกับที่ทางชุมชนได้มีกิจกรรมเรื่องการลด ละ เลิกบุหรี่เข้ามาพอดี และอีกอย่างเพราะโดนคนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวบ่นประจำ เลยได้ตัดสินใจเลิกเลย ตอนนี้อายุ 78 ปีแล้วสุขภาพร่างกายแข็งแรง คนรอบข้างก็ไม่บ่นแล้ว รู้สึกสบายหูขึ้นเยอะเลย ซึ่งในยามว่าง ก็พากันในนามผู้สูงอายุมาจักสานไม้ไผ่เป็นเครื่องใช้ไม้สอยจำพวก สุ่มขังไก่ ตะกร้า หวดนึ่งข้าวเหนียว และอื่น ๆ อีกมากมาย”
นอกจากจะเป็นหนึ่งในสภาผู้นำชุมชนแล้ว ยังเป็นปราชญ์ผู้รู้ของชุมชนที่เป็นบุคคลต้นแบบในหลาย ๆ ด้านรวมถึงการลด ละ เลิกบุหรี่ได้ด้วย
วาที วรรณประภา เลขานุการสภาผู้นำชุมชนกุดประทาย


อีกหนึ่งในผลลัพธ์ที่สภาผู้นำชุมชนบ้านกุดประทาย ได้ขับเคลื่อนขึ้นมาพร้อม ๆ กับการขับเคลื่อนเรื่องสุขภาพนั่นคือ การก่อเกิดสภาผู้นำเด็กและเยาวชนบ้านกุดประทาย-กุดเจริญ หรือที่เรียกว่า “สภาเด็กเยาวชนกุดประทาย-กุดเจริญ” ที่มาจากการเห็นความสำคัญของลูกหลานในชุมชนเอง โดยไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยองค์กรท้องถิ่นแต่อย่างใด โดยมีกิจกรรมที่ทำร่วมกันมาตลอดเป็นประจำอยู่เป็นเดิมทุนอยู่แล้ว

นายวาที วรรณประภา เลขานุการสภาผู้นำชุมชนบ้านกุดประทาย กล่าวว่า “สภาผู้นำชุมชนเราเอง เห็นความสำคัญของสภาเด็กเยาวชนเรา ซึ่งเด็กเยาวชนบ้านเรามีการรวมตัวกัน 2 หมู่บ้านคือ บ้านกุดประทาย หมู่ที่ 5 และบ้านกุดเจริญ หมู่ที่ 15 เราจึงอยากเปิดพื้นที่ให้เขาได้แสดงออกและทำกิจกรรมที่เขาได้มีส่วนร่วมของชุมชนด้วย โดยในช่วงปิดภาคเรียนแบบนี้ ก็ได้พากันมาเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมและการจักสานไม้ไผ่กับผู้สูงอายุ รวมถึงมีการรณรงค์ร่วมกับชุมชนเดินเคาะประตู บอกกล่าวถึงพิษภัยของบุหรี่ ร่วมกับสภาผู้นำชุมชนด้วย”

ด้าน น.ส.วาทินี วรรณประภา รองประธานสภาเด็กเยาวชนกุดประทาย-กุดเจริญ กล่าวว่า “การมีสภาเด็กเยาวชนทำให้เราได้มาพบปะ พูดคุยและทำกิจกรรมร่วมกัน ได้รู้ว่าเราทำอะไรได้บ้างและได้ทำเพื่อบ้านเกิดของเราด้วย ซึ่งปกติที่ชุมชนมีงานเราก็มามีบทบาทส่วนร่วมอยู่แล้ว เช่น การจัดสถานที่ การเสิร์ฟอาหาร การรำในงานต่าง ๆ แต่พอมีสภาเด็กเยาวชนขึ้นทำให้เรามีบทบาทและมีพื้นที่ให้เราได้ทำงานร่วมกับชุมชน เช่น วันนี้ที่ชุมชนเดินรณรงค์ เราและสภาเด็กเยาวชนก็มีส่วนร่วมด้วยและได้เรียนรู้เรื่องจักสานเพิ่มเติมด้วยคะ”
วาทินี วรรณประภา รองประธานสภาเด็กเยาวชนกุดประทาย

ไม่ใช่เพียงขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพอย่างเดียว แต่ยังมีการขับเคลื่อนเรื่องราวดี ๆ ขึ้นในชุมชนของตัวเองด้วย โดยเฉพาะการก่อตั้งสภาเด็กและเยาวชนที่มาความเข้มแข็งของชุมชนเองเช่นนี้ก็มีให้เห็นไม่มากนักเลย
และผลลัพธ์ที่ตามมาในการขับเคลื่อนประเด็นหลักคือ การลด ละ เลิกบุหรี่ในปีที่ผ่านมานั้น มีบุคคลที่เลิกบุหรี่ได้ 3 คน และลดบุหรี่ได้ 6 คนจากจำนวนคนที่สูบจริง 39 คน และจากการประเมินชุมชนโดยวัดจากผู้ร่วมเวทีอบรมให้ความรู้เรื่องโทษบุหรี่พบว่า ชาวบ้านตระหนักถึงพิษภัยบุหรี่ร้อยละ 60 เนื่องจากมีการประชาสัมพันธ์และมีการอบรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้สภาผู้นำชุมชนยังแบ่งบทบาทหน้าที่ให้สมาชิกสภาผู้นำชุมชน 1 คน ดูแลเพื่อนบ้าน 3 คนที่สูบบุหรี่หรือมีความเสี่ยงในการสูบบุหรี่ จึงทำให้ชุมชนเกิดความตระหนักมากขึ้น โดยในปัจจุบันนี้เกิดกติกาอย่างไม่เป็นทางการ 3 ข้อ คือ 1) ห้ามมีการสูบบุหรี่ในที่ชุมชุมชนที่มีคนจำนวนมาก ถ้าอยากสูบต้องเดินหนีห่างจากเพื่อนอย่างน้อย 5 เมตร 2) ห้ามร้านค้าแบ่งบุหรี่เพื่อจำหน่าย และ 3)ห้ามมีการสูบบุหรี่ในกรณีที่ชุมชนมีการทำกิจกรรม

นี่คงเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่เข้มแข็งที่ขับเคลื่อนและทำกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่ดี เพื่อนำไปสู่ความเป็นชุมชนน่าอยู่ต่อไป

ที่นี่คือ สภาผู้นำชุมชนบ้านกุดประทาย ตำบลกุดประทาย อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี


เรื่อง/ ภาพ : ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์













วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2563

“เมืองคง” เล่นเปลี่ยนโลก | HUG HOUSE [สุขนี้ที่บ้านเรา]


การศึกษาในยุคนี้ที่เรียกว่า ยุคศตวรรษที่ ๒๑  เป็นการเรียนรู้ให้ทันกับยุคสมัยและเทคโนโลยี มีมุมมองให้กว้างให้ทันกับโลก จังหวัดศรีสะเกษ จัดว่าเป็นจังหวัดหนึ่งที่ขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาในมุมมิติต่าง ๆ  ทั่วทั้งจังหวัด

โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ และเครือข่าย เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เน้นช่วงวัยและการเรียนรู้แบบสนุกสนานที่มาจากการเล่น อันจะนำไปสู่การคิดแบบเป็นระบบ เกิดทักษะทางการคิด และนำไปสู่การใช้ได้ในชีวิตจริง โดยกิจกรรมดังกล่าวนี้ เรียกกันว่า “เล่น เปลี่ยน โลก”
“การเล่นเกิดมาพร้อมกับมนุษย์ การเล่นคือวัฒนธรรม การเล่นคือสารตั้งต้นในการวางแผน ออกแบบสร้างสรรค์และจินตนาการของมนุษย์ การเล่นเกี่ยวข้องกับคนทุกคน และการเล่นไม่มีจำกัดวัย และวันนี้กิจกรรมถูกออกแบบการเล่นด้วยฝีมือนักเรียนเอง เพราะการเล่นมันสำคัญ เราจึงเอาการเล่นนี้ไปเข้าสู่การคิด วางแผน จินตนาการ เชื่อมโยงกับโลกในยุค Infinity ที่เราเรียกกันว่า เล่นเปลี่ยนโลก เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก และการจัดกิจกรรมการเล่นนี้ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ มีเป้าหมายคือการสร้างลูกหลานของพวกเราให้เป็นพลเมืองที่ดี เป็นพลังของบ้านเมืองที่ดี การเล่นนี้ก็คือหนึ่งในวิธีการจัดการเรียนรู้แบบหนึ่งคำถามพันคำตอบ และไม่ต้องยึดโยงในห้องสี่เหลี่ยม ที่พวกเราเชื่อและศรัทธามาตลอด” เสถียร พันธ์งาม ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) กล่าวเปิดกิจกรรมและให้แง่คิดต่อผู้ร่วมกิจกรรมกว่า ๕๐๐ คน ที่มีนักเรียน ผู้ปกครองภายในอำเภอราษีไศลและโรงเรียนเครือข่ายที่สนใจ
เสถียร พันธ์งาม / ผู้อำนวยการโรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา)

ความสนุกสนานถูกเปิดการเล่นโดยผู้อำนวยการฯ
      ในกิจกรรมดังกล่าว มีการจัดคล้ายเป็นฐานการเรียนรู้ ที่มีการออกแบบการเล่นที่แตกต่างกันออกไป อาทิ ฐานเครื่องดนตรีจากวัสดุอุปกรณ์ในครัวเรือน ฐานแต่งแต้มด้วยสีน้ำ ฐานแต่งแต้มด้วยสีที่ได้จากใบไม้และธรรมชาติรอบตัวเรา ฐานการประดิษฐ์ด้วยวัสดุหลากหลายขนาด ฐานการเล่นน้ำ ฐานการแต่งตัว ฐานบ้านสนุก ฐานการแต่งชุดเป็นอาชีพที่ตัวเองชอบ ฐานอาหารที่ต้องทำเอง ฐานปีนป่ายไต่เชือก ฐานเครื่องดนตรีพื้นบ้าน และยังมีอีกหลายฐานที่ไม่ได้จำกัดให้เด็กนักเรียนต้องเล่น ให้ครบทุกฐาน แต่เปิดโอกาสให้ได้เล่นและออกแบบการเล่นได้ตามความชอบของแต่ละคน สังเกตได้ถึงสีหน้าความสนุกสนานของแต่ละคนที่บ่งบอกได้ถึงความสุข และฐานไหนที่มีความอันตรายก็จะมีผู้ปกครองคอยดูแลและคอยแนะนำ แต่ละฐานจะมีนักเรียนที่ชอบไม่เหมือนกัน ซึ่งที่เห็นและสนุกกันอย่างมากคือฐานการเล่นน้ำที่ได้ถูกออกแบบเหมือนการเล่นสไลเดอร์ลงอ่างน้ำ ลื่น เลอะ เลาะ และมีฐานการแต่งหน้าทาปากจะมีนักเรียนชายที่สนใจมาออกแบบความสวยงามของตัวเองได้ด้วย และฐานอาหารพื้นบ้าน จำพวก ตำส้มตำ และเมี่ยงคำอาหารถิ่น รวมไปถึงก๋วยเตี๋ยว ก็มีนักเรียนแวะเวียนมาลงมือประกอบอาหารด้วยตนเองไม่ขาดสาย

ครูหนูทิพย์ พันธ์งาม / ผู้อำนวยการชั้นเรียนโรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา)
      “กิจกรรมการเล่นนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอนที่เป็นนวัตกรรมของโรงเรียนเรา นั่นก็คือ Friday is a fly day หรือวันศุกร์คือวันโบยบิน เรามาประยุกต์ให้เด็กได้สนุกสนานและได้มีความสุขจากการเล่นของลูก ๆ นักเรียนเรา และการเล่นแต่ละอย่างนั้น เขาก็ออกแบบเองได้ด้วย โดยจะมีผู้อำนวยการชั้นเรียนหรือผู้อำนวยการการเล่นที่เป็นผู้ปกครองคอยให้กำลังใจ และการที่เด็กได้เล่นแล้วเขามีความสุขตามความชอบของเขา จะทำให้เขามีการพัฒนาทักษะความคิด พัฒนาสมองของเขาได้ดี” หนูทิพย์ พันธ์งาม / ผู้อำนวยการชั้นเรียนโรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) กล่าว

      ในขณะที่นักเรียนสนุกสนานกับการเล่นของเขาอยู่นั้น คณะครูและผู้ปกครองที่เป็นเครือข่ายที่มาร่วมกิจกรรม ได้ถอดบทเรียนร่วมกันเกี่ยวกับการเล่นในครั้งนี้ด้วย
คุณครูศศิธร หวะสุวรรณ / ครูโรงเรียนเพียมาต (รัฐราษฎร์พิทยาคาร) ผู้ร่วมกิจกรรม
“เห็นแววตาความสนุกสนานตามวัย เห็นความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเขาที่ได้ออกแบบการเล่นของเขาเอง และบางการเล่นที่ต้องช่วยกันทำเขาก็ช่วยกันดีไม่มีการเกี่ยงงอนกัน เหมือนเขาได้เข้าใจกับการเล่นและเป็นการเสริมทักษะทางด้านสมองของเขาได้ดีเลย” ศศิธร หวะสุวรรณ   / ครูโรงเรียนบ้านเพียมาต (รัฐราษฎร์พิทยาคาร) อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ หนึ่งในโรงเรียนเครือข่ายที่มาร่วมกิจกรรมเล่าถึงความสนุกสนานในแววตาของนักเรียน
ครูนกยูง ปานุเวช / ครูโรงเรียนบ้านครั่ง นำผู้ปกครองมาร่วมกิจกรรมด้วย
“แอบไปถามนักเรียนที่เล่น ๆ กันอยู่แล้ว เขาสามารถบอกและเล่าถึงสิ่งที่เขาเล่นและสนุกอยู่คืออะไร มีรูปแบบอย่างไรและทำอย่างไร ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอน นี่ล่ะคะคือการเรียนรู้โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลย และวันนี้ก็พาผู้ปกครองนักเรียนมาร่วมดูกิจกรรมของนักเรียนที่นี่ด้วย ผู้ปกครองที่มาด้วยก็ชอบใจมากเลย สิ่งแบบนี้สามารถเอาไปปรับใช้ได้ในชีวิตจริงของเราได้ และสามารถเอาไปจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่โรงเรียนของคุณครูได้ด้วย จะนำสิ่งที่ได้ในวันนี้ไปเสนอผู้บริหารและคณะครูให้ทำแบบนี้ดู ชอบมากค่ะแบบนี้” นกยูง ปานุเวช / ครูโรงเรียนบ้านครั่ง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ กล่าว
เสริมศรี คูคำ ผู้อำนวยการเล่นแห่งโรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา)
ความรู้สึกอบอุ่นที่ได้เห็นรอยยิ้มแห่งความสนุกสนานแบบนี้ มีไม่บ่อยนัก เช่นเดียวกับความรู้สึกของผู้ปกครองนักเรียนแห่งนี้ที่มีตำแหน่งถึงผู้อำนวยการเล่น กล่าวว่า “กิจกรรมแบบนี้ดีมาก ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยแบบนี้ สามารถนำไปปรับใช้ได้กับลูกหลานในชีวิตประจำวันได้เลย ซึ่งมีหลายอย่างให้เด็ก ๆ ได้เล่นกันทั้งได้ออกแบบการวาดรูป ออกแบบการเล่นสีจากธรรมชาติพวกใบไม้มาทำเป็นสี หรือการเล่นทราย เล่นดิน เล่นน้ำ เล่นดนตรี รวมไปถึงการทำอาหารด้วยตัวเขาเอง เด็ก ๆ แต่ละคนสนุกสนานมากเลย สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาได้เรียนรู้ดีมาก และบางอย่างนั้น ยายเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ได้หลานมาบอกถึงวิธีการทำด้วยซ้ำ จึงรู้สึกได้ถึงวิวัฒนาการการเรียนการสอนของที่โรงเรียนเราพาทำแบบนี้ และถึงจะสนุกสนานอย่างไร ก็ยังอยากให้โรงเรียนพัฒนาการเรียนทางวิชาการควบคู่ไปด้วยอย่างเช่นปัจจุบันนี้ และก็ให้กำลังใจและขอบคุณผู้บริหาร คณะครู ผู้ปกครองทุกคนที่ให้ความสำคัญกับการเล่นควบคู่กับการเรียนแบบนี้” เสริมศรี คูคำ วัย ๕๕ ปี  ผู้อำนวยการเล่นและเป็นผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนเมืองคง(คงคาวิทยา) อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

กิจกรรมดังกล่าวนี้ โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) ได้รับงบประมาณสนับสนุนหลักจาก มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก (มพด.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ให้ทางโรงเรียนได้ขับเคลื่อนตามเป้าหมายที่โรงเรียนเห็นความสำคัญของการศึกษาในยุคนี้
และนี่ ก็คงเป็นอีกพื้นที่หนึ่งของการจัดการศึกษาที่เป็นรูปแบบของ ๓๖๐ องศา บนการเรียนรู้มุ่งสู่การเป็นพลเมืองประชาธิปไตย โดยจังหวัดศรีสะเกษเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องในการจัดการศึกษาในหลากหลายรูปแบบในยุคที่เรียกว่า ยุคศตวรรษที่ ๒๑ ที่ไม่ได้เพียงการเน้นเทคโนโลยีหรือความก้าวหน้าแห่งยุคสมัยเกินไป แต่ยังอยู่บนฐานความจริงที่เด็กนักเรียนควรเรียนรู้ ควรสนุกสนานอันเป็นทักษะสำคัญในการพัฒนาสมองและการนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี
ที่นี่คือ โรงเรียนเมืองคง (คงคาวิทยา) อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ



เรื่อง/ ภาพ : ขวัญชิต โพธิ์กระสังข์
.












ทุ่งกะบาลกะไบแห่งเทือกเขาพรมแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่เปิดแห่งใหม่เหมาะกับนักเดินทางและนักประวัติศาสตร์

“บุญ” ต้องฟรี วัดไตรสามัคคี’ จ.ศรีสะเกษ ติดป้ายชัดเจน ทำบุญที่นี่ “ฟรี” ไม่เสียตังค์ [มีคลิป]

ที่วัดไตรสามัคคี ต.โดด อ.โพธิ์ศรีสุวรรณ จ.ศรีสะเกษ เป็นวัดท่องเที่ยวเชิงพุทธอีกแห่งของจังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังเป็นที่นิยมในการทำบุญของพุทธศา...